วันอังคารที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2561

แบบฝึกหัดที่ 8


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 8 สภาพปัญหา และแนวโน้มการจัดการศึกษาปฐมวัย

1.จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบัน
ตอบ การจัดการศึกษามี 3 รูปแบบ คือ การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่ก าหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขของการส าเร็จการศึกษาที่แน่นอน
การศึกษานอกระบบ  เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการก าหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล

2.จงวิเคราะห์และสรุปถึงสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ ประเทศไทยยังคงเผชิญกับปัญหาการจัดการศึกษา และการเลี้ยงดูเด็กทั้งในเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ทั้งนี้อาจมีสาเหตุเนื่องจากการให้บริการแก่เด็กปฐมวัย ในประเทศไทยในปัจจุบันยังขาดทิศทาง และความเป็น เอกภาพ ไม่มีนโยบายเด็กปฐมวัยที่ชัดเจนจากรัฐบาล รวมตลอดถึงไม่มีการกำหนดหลักการและมาตรฐานการดูแลเด็กระดับชาติเพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ

3.จงอธิบายถึงแนวโน้มของการจัดการศึกษาปฐมวัยในเรื่องการให้บริการแก่เด็กอายุ 3 – 5 ปี
ตอบ การจัดการศึกษาปฐมวัยในอนาคตควรมีการขยายการจัดบริการเพื่อให้เด็กทุกคนมีโอกาสไดรับบริการอย่างทั่วถึง แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนต้องเข้ารับการศึกษาในระบบ แต่รัฐจำเป็นต้องควบคุมและติดตามประเมินผลได้ว่า เด็กก่อนวัยเรียนทุกคนได้รับการเตรียมความพร้อมทั้งด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาอย่างเหมาะสม
4.จงอธิบายถึงแนวโน้มในการให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รับผิดชอบประสานงานให้ความช่วยเหลือและแนะนำทางวิชาการด้านการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองโดยเฉพาะในรูปแบบของการศึกษานอกระบบโรงเรียน และการศึกษาตามอัธยาศัยอย่างกว้างขวางและทั่วถึง โดยผ่านทางสื่อมวลชน สื่อสิ่งพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ และสื่อพื้นบ้านต่าง ๆ

5.จงอธิบายถึงความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในการจัดการศึกษาด้านปฐมวัย
ตอบ 1. มีการยอมรับความสำคัญของปฐมวัยในรูปของการกระทำมากยิ่งขึ้น จากความเชื่อเดิมที่ว่า เด็กบางคน “ยังเด็กเกินไปที่จะเรียน”
2. มีการยอมรับว่า การเตรียมความพร้อมที่ดีสำหรับเด็กในปฐมวัยมีส่วนช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และประสบความสำเร็จในชีวิตมากขึ้น การจัดเตรียมความพร้อมของเด็กอย่างมีระบบในรูปของสถานศึกษาปฐมวัย จึงมีความจำเป็นเพื่อช่วยพ่อแม่อีกแรงหนึ่ง
3. พ่อแม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องมีแหล่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กที่มิใช่สถานที่สอนให้เด็กปฐมวัยต้องมาอ่าน เขียน หรือคำนวณ
4. โดยที่ลักษณะของครอบครัวไทย เริ่มเปลี่ยนจากครอบครัวขยายมาเป็นครอบครัวเดี่ยวที่มีแต่พ่อแม่ลูก เมื่อพ่อและแม่ออกจากบ้านไปทำงานทั้งคู่ หากมีเด็กในวัยปฐมวัยก็จำเป็นต้องหาที่เลี้ยงดูเด็กให้บุตรของตน
5. ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์การของรัฐและเอกชน หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ให้ความสนใจงานพัฒนาเด็กปฐมวัยมากขึ้น
6. ผลการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดไว้เด่นชัดถึงการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ บทบาทพ่อแม่ในครอบครัวและสมาชิก ชุมชน การเปลี่ยนแปลงการเรียนการสอน และการใช้เทคโนโลยีการศึกษามีส่วนกระตุ้นให้องค์การของรัฐกำหนดเป็นนโยบายในการให้การศึกษาปฐมวัย

6.จงอธิบายถึงแนวโน้มของนโยบายของรัฐในการจัดการศึกษาปฐมวัยของไทย
ตอบ 1. แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจะต้องระบุแผนพัฒนาประชากรตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ให้ชัดเจน
2. จะไม่ขยายการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาภาคบังคับ เพราะต้องใช้งบประมาณ
สูงมาก และเนื่องจากประชาชนเห็นความสำคัญของการศึกษาในระดับนี้ จึงส่งบุตรหลานเข้ารับบริการเองด้วยความสมัครใจ

7.จงอธิบายถึงโครงการให้ความรู้แก่พ่อแม่ ผู้ปกครองในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้คำแนะนำ และความช่วยเหลือทางวิชาการจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจในวิธีการอบรมเลี้ยงดูเด็กวัย 0 – 6 ปีอย่างถูกต้องเหมาะสมตามหลักวิชาการ

8.จงอธิบายถึงโครงการความร่วมมือขององค์กรต่าง ๆ ในชุมชนในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้องค์กรต่าง ๆ ในชุมชนทั้งภาครัฐและเอกชนมี ส่วนช่วยเหลือและร่วมมือกันในการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ ผู้ปกครอง รวมทั้งร่วมมือกันในการให้บริการและการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัย จึงควรมีการผลักดันให้องค์กรของรัฐที่มีอยู่ในชุมชนได้แก่ โรงเรียนอนุบาล สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย สถานีอนามัย โรงพยาบาล สาธารณสุขจังหวัด พัฒนาชุมชน และศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน

9.จงอธิบายถึงโครงการเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การให้พ่อแม่ ผู้ปกครองได้รับความรู้ คำแนะนำ และความช่วยเหลือโดยการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นชมรม และเครือข่ายพ่อแม่ ผู้ปกครองเพื่อร่วมมือกันในการพัฒนาเด็กปฐมวัย มีรูปแบบตั้งแต่การรวมกลุ่มกันในโรงเรียนในบทบาทการเป็นคณะกรรมการโรงเรียนการรวมกลุ่มกันเป็น “ชมรมพ่อแม่ ผู้ปกครอง”
10.แนวโน้มของการศึกษาปฐมวัยของไทย ตามความคิดเห็นของนักศึกษา เป็นอย่างไร
ตอบ ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาควรเห็นความสำคัญของการศึกษาปฐมวัยเนื่องจากเพื่อเป็นการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพ เพราะในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่สำคัญและมีการพัฒนาการมากที่สุดในช่วงชีวิต ไม่ควรที่จะละเลยความสำคัญของเด็กปฐมวัยการศึกษาปฐมวัยในปัจจุบันมีหลากหลายทั้งของรัฐและเอกชนและการเรียนการสอนก็ต่งกันตามคุณภาพของสถานศึกษานั้นๆ อีกทั้งแนวโน้นในภายภาคหน้าโรงเรียนที่เกี่ยวกับเด็กปฐมวัยอาจจะต้องปิดตัวลงก็ได้เนื่องจากคุณภาพการเกิดของเด็กในปัจจุบันมีจำนวนลดลง

แบบฝึกหัดที่ 7

แบบฝึดหัดท้ายบทที่ 7 นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของต่างประเทศ

1. จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบมอนเตสซอรี
ตอบ  การพัฒนาแนวการสอนเพื่อใช้กับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญามาใช้กับเด็กปกติ โดยให้ความสำคัญกับการจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมและอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เน้นการฝึกฝนด้านประสาทสัมผัส เปิดโอกาสให้เด็กค้นพบสิ่งต่าง ๆ ด้วยตนเอง จากสภาพแวดล้อมที่ครูจัดไว้ในห้องเรียน ซึ่งสิ่งที่เด็กเข้าไปเรียนรู้ เรียกว่างาน ทำให้เด็กได้ใช้และพัฒนาประสาทสัมผัสทั้งห้า คือ ตา หู จมูก ปาก และสัมผัส

2. จงอธิบายถึงการจัดหลักสูตรการเรียนการสอนแบบมอนเตสซอรี่
ตอบ มอนเตสซอรี่มีความเชื่อว่าการเรียนรู้และซึมซับด้วยตนเองในเสรีภาพที่มีขอบเขตจาก
สิ่งแวดล้อมที่เตรียมไว้จะท าให้ประสบความส าเร็จ ซึ่งหลักสูตรของมอนเตสซอรี่แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ๆ
ได้แก่ การศึกษาทางด้านทักษะกลไก การศึกษาทางด้านสัมผัสและการเตรียมสำหรับการเขียนและคณิตศาสตร์โดยมีการประเมินผลซึ่งการสอนตามแนวคิดของมอนเตสซอรี จะมีการประเมินผลการ
เรียนของเด็ก


3. จงอธิบายถึงแนวคิดในการสอนแบบธรรมชาติ
ตอบ เป็นนวัตกรรมที่มีความเชื่อว่าการสอนภาษาให้กับเด็กจะต้องเป็นภาษาที่สื่อความหมาย โดยให้เด็กเรียนรู้จากการเล่น เป็นการสอนภาษาแบบบูรณาการ ทักษะการฟัง การพูด การอ่าน และการเขียนไปพร้อม ๆ กับสิ่งแวดล้อม
4. จงอธิบายถึงแนวการจัดกิจกรรมการสอนภาษาแบบธรรมชาติ
ตอบ  การพูดเป็นทักษะพื้นฐานของการอ่าน และการเขียน ,ให้เด็กเห็นตัวอย่างของการพูดที่ถูกต้อง ,เด็กควรมีโอกาสได้พูดให้มากและให้เห็นว่า ภาษาพูดจะกลายมาเป็นการเขียนและการอ่านได้อย่างไร โดยการให้เด็กเขียนในสิ่งที่เขาคิดและเล่าเป็นเรื่องราวออกมา ,การอ่านควรมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้เข้าใจเรื่องราว และมีจุดมุ่งหมายในการอ่าน ,สิ่งที่อ่าน ควรมีระดับความยากง่ายเหมาะสมกับระดับความสามารถของเด็ก ,ครูควรให้กำลังใจและให้การเสริมแรง

5. จงอธิบายถึงแนวคิดของการสอนแบบเรกจิโอ เอมีเลีย

ตอบ การเรียนและเกิดรูปแบบว่าการเรียนการสอนไม่ใช่การถ่ายโอนข้อมูลความรู้จากผู้สอนไปสู่เด็กแต้สิ่งแวดล้อมจะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กอยากรู้อยากเห็น และค้นคว้าหาคำตอบเองตามความสนใจ การจัดการศึกษาตามแนวคิดนี้เป็นการวางรากฐานให้เด็กเกิดทัศนคติที่ถูกต้องต่อการเรียนรู้

6. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนของเรกจิโอ เอมีเลีย
ตอบ ครูต้องมีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนที่ตอบสนองศักยภาพของเด็กอย่างเหมาะสมการศึกษาของเด็กมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันระหว่างเด็ก ครอบครัว ชุมชน ครู โรงเรียนและสังคมอย่างลุ่มลึกและเป็นระบบ ครูเปรียบเสมือนผู้สื่องานศิลป์ เด็กคือผู้ผลิตงานศิลป์ ครูและเด็กจะร่วมกัน
สื่อสารเรียนรู้ด้วยงานศิลป์ที่บ่งบอกถึงความรู้ความเข้าใจของเด็ก ดังนั้นในการจัดการเรียนการสอน จึงต้องมีครูที่มีความรู้ความสามารถทางทัศนศิลป์ ท างานร่วมกับเด็กเพื่อให้การจัดแสดงเชิงศิลป์เป็นมุมศิลปะที่แท้จริง


7. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคป
ตอบ เป็นการจัดการเรียนการสอนที่มุ่งเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้โอกาสเด็กในการเลือกทำสิ่งต่าง ๆ ตามความสนใจของตนเอง หลักสูตรการเรียนการสอนแบบไฮ/สโคปริเริ่มและพัฒนาโดยนักการศึกษาชื่อ ไวคาร์ดได้จัดโครงการเพื่อช่วยเหลือเด็กที่ด้อยโอกาส

8. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบโครงการ
ตอบ เป็นรูปแบบการจัดประสบการณ์ที่มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง ในหัวข้อที่เด็กสนใจและครูได้พิจารณาแล้วว่ามีคุณค่าในการเรียนรู้ เด็กที่เข้าร่วมโครงการจะได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ ค้นหาทางในการแสวงหาข้อมูล แก้ปัญหาต่าง ๆ เด็ก
จะทำงานร่วมกัน


9. จงอธิบายถึงหลักการเรียนการสอนแบบวอลดอร์ฟ
ตอบ  การสอนแบบวอลดอร์ฟมุ่งพัฒนาศักยภาพของเด็กอย่างอิสระตามความสามารถของ
เด็ก โดยสร้างบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติ ให้เด็กเห็นตัวอย่างวิถีธรรมชาติ ซึ่งมีแนวทางในการจัดการ
เรียนการสอน ด้วยการให้เด็กทำซ้ำๆเพื่อซึมซับ ทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ

10. จงเลือกและอธิบายถึงแนวคิดการสอนที่คิดว่าดีที่สุด และเหมาะสมที่สุดสำหรับเด็กปฐมวัย พร้อม
ให้เหตุผลประกอบ

ตอบ แนวการสอบแบบวอลดอร์ฟเพราะเป็นการสอนที่เน้นทางธรรมชาติเพื่อให้เด็กหลบหลีดจากสิ่งรบกวนจากเทคโนโลยีสมัยสมัยการสอนก็เน้นการทำแผนงานที่แน่นอนมั่นคง การทำซ้ำๆเพื่อย้ำและให้เด็กทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆอย่างถ่องแท้และมีการสอนใฟ้เด็กรู้จักเคารพครูอาจราย์รวมทั้งสถานที่ๆตามสิ่งแวดล้อมอย่างรู้สำนึก


แบบฝึกหัดที่ 6


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6  นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยของไทย

1.จงอธิบายถึงความหมายของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย
ตอบ การจัดกิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้กับเด็กปฐมวัยมีรูปแบบหลากหลาย ทั้งนี้ต่างมี จุดมุ่งหมายอย่างเดียวกัน คือ เพื่อพัฒนาศักยภาพให้กับเด็ก ทั้งในด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และ สติปัญญา นวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัย 
2.จงอธิบายถึงความส าคัญของนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยที่มีต่อเด็กปฐมวัย
ตอบ เป็นนวัตกรรมทางการศึกษาปฐมวัยเป็นการนำแนวคิดและวิธีการในการจัดการศึกษาปฐมวัย เพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีพัฒนาการโดยองค์รวมได้อย่างมีประสิทธิภาพ และ สอดคล้องกับหลักพัฒนาการและธรรมชาติของเด็กปฐมวัย
3.จงอธิบายถึงทฤษฎีที่มีอิทธิพลต่อรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ ทฤษฎีและหลักการที่ใช้กันอยู่ในประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นทฤษฎีและ หลักการจากต่างประเทศ ประเทศไทยเรายังไม่มีทฤษฎีหรือหลักการในการพัฒนาเด็กที่พัฒนาขึ้นจาก ฐานข้อมูลที่มาจากเด็กไทย
4.จงวิเคราะห์ถึงกระบวนการพัฒนาของหลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย
ตอบ อาจกล่าวได้ว่า หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยเป็นรูปแบบ ที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี และ 3 – 6 ปี ผ่านทางการพัฒนาผู้ดูแลเด็กที่จะช่วยให้เด็กมีพัฒนาการทุกด้าน รวมทั้งเสนอแนะวิธีการจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็ก
5.จงอธิบายถึงการน ารูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ รูปแบบการอบรมเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย โดยครอบครัวเป็น รูปแบบที่มุ่งพัฒนาเด็กวัย 0 – 3 ปี ผ่านทางการพัฒนาพ่อแม่หรือผู้เลี้ยงดูรูปแบบนี้ได้จัดทำสาระเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กที่จำเป็นและสอดคล้องกับหลักการที่เป็นพื้นฐาน
6.จงอธิบายถึงหลักการของการศึกษาแนววิถีพุทธในการพัฒนาคนให้เป็นผู้ที่มีความรู้
ตอบ ตามหลักพระพุทธศาสนา บุคคลแต่ละคนมีกรรมเป็นกำเนิด มีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์ มีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย จักทำกรรมอันใดไว้ ดีหรือชั่ว จักเป็นผู้รับผิดชอบของกรรมนั้น
7.จงอธิบายถึงหลักของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ พระธรรมปิฏก (ป.อ.ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายของการศึกษาแนววิถีพุทธไว้ว่า แนววิถีพุทธ คือ พัฒนาคนให้รู้จักเป็นอยู่อย่างดี โดยสอดคล้องกับความจริงของชีวิตที่เป็นไปตามธรรมดา เราเอาความจริงของธรรมดามาใช้ประโยชน์ในการพัฒนามนุษย์ที่เราเรียกว่า การศึกษา
8.จงอธิบายถึงปัจจัยของการเรียนรู้ตามแนววิถีพุทธ
ตอบ  การดำเนินชีวิตของมนุษย์ประกอบด้วยพฤติกรรม จิตใจ และปัญญา “… เมื่อจะพัฒนาคนก็ต้องพัฒนา 3 ด้าน พัฒนาพฤติกรรม พัฒนาจิต และพัฒนาปัญญา…” 
9.จงอธิบายถึงแนวคิดการสอนแบบจิตปัญญา
ตอบ การสร้างผู้เรียนให้เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตามแนวคิดของจิตปัญญานั้นมีการเน้น จิตใจและความงอกงามทางปัญญาของผู้เรียน การสอนที่มีประสิทธิภาพคือ การให้ผู้เรียนได้รับความรู้ อย่างมีความสุข เกิดความงอกงามทางปัญญา
10.จงเปรียบเทียบแนวคิดของรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทยกับแนวคิดการสอนแบบจิต     ปัญญามีความแตกต่างกันหรือความเหมือนกันอย่างไร
ตอบ มีความเหมือนกันเพราะ หลักการและรูปแบบการพัฒนาเด็กปฐมวัยตามวิถีชีวิตไทย และการสอนแบบจิตปัญญาจะมุ่งเน้นการสอนด้วยการให้เด็กลงมือปฏิบัติการและคิดด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้สิ่งใหม่จากกิจกรรมนั้นๆและยังเกิดการปฏิสัมพันธ์กับคนในสังคมด้วย





แบบฝึกหัดที่ 5


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 5 รูปแบบการศึกษาปฐมวัย

1. จงอธิบายถึงจุดมุ่งหมายในการจัดสถานศึกษาระดับปฐมวัย
ตอบ เพื่ออบรมเลี้ยงดูและเตรียมความพร้อมให้แก่เด็กที่อยู่ในวัยก่อนวัยเรียน

2. จงอธิบายถึงแนวคิดในการเลือกรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัย
ตอบ เด็กทุกคนมีความต่างกันไม่ว่าจะเป็นด้านการเจริญเติบโต การเรียนรู้ ระดับสติปัญญา ความรู้สึกและดารตอบสนองสิ่งต่างๆ พันธุกรรมสิ่งแวดล้อมเป็นตัวกำหนด การเลี้ยงดูและการจัดประสบการณ์ที่เหมาะสม และต้องคำนึงถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยอย่างมีประสิทธิภาพ

3. จงอธิบายถึงรูปแบบของการจัดการศึกษาปฐมวัย ตามแนวคิดของเยาวพา เดชะคุปต์ ทั้ง 9 รูปแบบ
ตอบ 1. โรงเรียนอนุบาล (kindergarten) เป็นชื่อที่ใช้ส าหรับการจัดการศึกษาส าหรับเด็กที่มี
อายุตั้งแต่ 3 – 7 ปี
2. สถานบริบาลเด็ก (nursery school) ฮิมส์ (Hymes) กล่าวว่า “สถานบริบาลเด็ก”
หรือ “เนิร์สเซอรี่” เป็นโครงการที่จัดขึ้นส าหรับเด็กวัย 2 – 5 ปี
3. โรงเรียนส าหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียน (preschools) หรือบางทีเรียกว่า “สถาน
บริบาล” (nursery school) เป็นโครงการที่จัดขึ้นเพื่อเน้นพัฒนาการด้านอารมณ์ของเด็กและเสริมสร้างกิจกรรมเฉพาะด้านที่เรียกว่า “Enrichment Activities” ซึ่งเป็นโครงการครึ่งวัน ปัจจุบันโรงเรียนสำหรับเด็กก่อนวัยเข้าเรียนจะเน้นพัฒนาการด้านสติปัญญา โดยเน้นในรูปขอกิจกรรมการเล่น
4. ศูนย์เลี้ยงเด็กกลางวัน (child care center) คือ ศูนย์ที่ให้บริการการเลี้ยงดูเด็กอายุ
ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 4 ปี ส าหรับพ่อแม่ที่ท างานในเวลากลางวันตั้งแต่เช้าถึงเย็น
5. บ้านรับเลี้ยงเด็ก (family day care homes) คือ ศูนย์รับเลี้ยงเด็กที่จัดทำขึ้นที่บ้านซึ่งจะจัดขึ้นสำหรับรับเลี้ยงเด็กตั้งแต่แรกเกิดจนถึง3 – 4 ปี ในบ้านของตน โดยรับเด็กจำนวนน้อยคนซึ่งต้องมีใบอนุญาตจัดตั้ง
6. โครงการเฮดสตาร์ท (head start) คือ โครงการส าหรับเด็กที่อยู่ในครอบครัวที่ยากจนหรือมีรายได้ต่ำทั้งนี้เพื่อให้โอกาสเด็กได้มีโอกาสพัฒนาเท่าเทียมกับเด็กอื่น ๆ
7. ศูนย์แม่และเด็ก (parent – child centers) คือ โครงการที่จัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยที่มาจากครอบครัวที่ยากจน ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้การศึกษาแก่แม่และเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 3 ปี
8. โครงการโฮมสตาร์ท (home start) คือ โครงการที่จัดขึ้นสำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวที่ยากจนเช่นกัน โดยเน้นการให้การศึกษาแก่พ่อแม่และเด็กที่บ้าน
9. โครงการให้การศึกษาแก่พ่อแม่ (parenteducation) คือ โครงการที่ให้การศึกษาแก่พ่อแม่เกี่ยวกับพัฒนาการและการอบรมเลี้ยงดู และการให้การศึกษาบุตร ซึ่งอาจจะเป็นการจัดที่
สถาบันการศึกษา หรือที่บ้านของเด็ก


4. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบโรงเรียน
ตอบ  มีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กอายุระหว่าง 3 –6 ปี เป็นการจัดการศึกษาที่มุ่งส่งเสริมพัฒนาการเด็ก และการเตรียมความพร้อมให้เด็กก่อนเข้าเรียนใน
ระดับชั้นประถมศึกษา ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ -จิตใจ สังคม และสติปัญญา


5. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ ศูนย์พัฒนาเด็ก หรือสถานรับเลี้ยงเด็กนั้นมีเป้าหมายหลักอยู่ที่เด็กปฐมวัยที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด – 6 ปี ที่ด้อยฐานะทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งได้แก่ เด็กยากจนในเขตพื้นที่ชนบทห่างไกลและชนกลุ่มน้อย เด็กที่อยู่ในชุมชนแออัด และเด็กด้อยความสามารถทางด้านร่างกาย สมอง และจิตใจ การจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็กมีชื่อเรียกต่างกัน

6. จงอธิบายถึงรูปแบบการจัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบอื่น
ตอบ เด็กบางกลุ่มที่ไม่มีโอกาสเข้ารับบริการ การอบรมเลี้ยงดูจากโรงเรียนหรือศูนย์พัฒนาเด็กจึงมีการจัดกิจกรรมที่จัดเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยในรูแบบอื่น ๆ เช่น การพัฒนาเด็กโดยหน่วยงานพัฒนาเด็กเคลื่อนที่ ซึ่งจัดกิจกรรมการให้ความรู้ความเข้าใจแก่พ่อแม่ ผู้ปกครองด้วยวิธีการสาธิต ฝึกอบรมการเลี้ยงดูเด็กตามหลักวิชาการแผนใหม่

7. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในระบบโรงเรียนอนุบาล
ตอบ โรงเรียนอนุบาลของรัฐ หน่วยงานของรัฐที่ดูแลรับผิดชอบการจัดโรงเรียนในการจัดการศึกษาระดับชั้นอนุบาลและชั้นเด็กเล็ก ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงวัฒนธรรมสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม

8. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบศูนย์พัฒนาเด็ก
ตอบ เป็นศูนย์อบรมเด็กก่อนเกณฑ์ในวัด สถานสงเคาระห์เด็กก่อนวัยเรียน สถานสงเคราะห์เด็กอ่อนของกรมประชาสงเคราะห์ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กของกรมพัฒนาชุมชน สถานรับเลี้ยงเด็กกลางวัน แต่ละที่ก็จะมีหน่วยงานของรัฐเข้ามารับผิดชอบ

9. จงอธิบายถึงหน่วยงานที่จัดการศึกษาปฐมวัยในรูปแบบการศึกษาอื่น ๆ
ตอบ หน่วยงานของรัฐ มีการให้บริการความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการอบรมเลี้ยงดูเด็กแก่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยมุ่งให้องค์กรท้องถิ่น อาสาสมัคร พ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือบุคคลในครอบครัว
ภาคเอกชนหรือองค์กรเอกชน ได้เริ่มเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาเด็กและได้รับการอนุมัติจากคณะรัฐมนตรีให้จัดตั้งสภาองค์การพัฒนาเด็ก และเยาวชนขึ้นประกอบด้วยองค์กร 50 องค์กรสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนมีหน้าที่ประสานงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาเด็กและเยาวชนในภาคเอกชน
องค์การระหว่างประเทศ ให้ความสนับสนุนด้านเงินทุนวิชาการ และเทคโนโลยีต่าง ๆ แก่หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยเพื่อดำเนินการพัฒนาเด็กปฐมวัยด้วยเช่นเดียวกัน


10. จงอธิบายถึงการดำเนินการและลักษณะของโรงเรียนอนุบาล
ตอบ โรงเรียนอนุบาลคือสถานเลี้ยงดูเด็กชายหญิง อายุ 4 – 6 ปี มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ทั้งเตรียมเด็กให้พร้อมที่จะศึกษาขั้นต่อไป โรงเรียนอนุบาลเป็นสถานที่ซึ่งทำหน้าที่อบรมเลี้ยงดูเด็กแทนพ่อ แม่ ในเวลากลางวันช่วยเหลือแม่ที่มีบุตรต้องดูแลหลายคนหรือที่ออกไปทางานนอกบ้านปัจจุบันนี้โรงเรียนอนุบาลมีความจจำเป็นอย่างยิ่งในสังคมเนื่องด้วยเศรษฐกิจของครอบครัว




แบบฝึกหัดที่ 4


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 4 การศึกษาปฐมวัยในอดีตและปัจจุบันของไทย

1.จงอธิบายการจักการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียน
ตอบ การจักการศึกษาปฐมวัยในช่วงไม่มีระบบโรงเรียนเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าการศึกษาแบบไม่เป็นทางการคือไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่แน่นอนไม่มีโรงเรียนสำหรับเรียนโดยเฉพาะไม่มีหลักสูตรไม่มีการบังคับให้เรียนเป็นการสอนแบบเปล่าไม่มีค่าจ้างหรือค่าเล่าเรียนการเรียนจึงขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้เรียน เนื้อหาที่เรียนเน้นเรื่องพุทธิศึกษาและวิชาชีพเป็นหลัก

2.จงอธิบายถึงปัจจัยที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
ตอบ 1. ปัจจัยด้านการคุกคามของจักวรรดินิยมตะวันตกเพื่อความปลอดภัยของบ้านเมือง
2. ปัจจัยทางด้านสติปัญญาและแนวคิดตามแบบตะวันตกทำให้เกิดการเผยแพร่ความรุ้และวิทยาการต่างๆตามแนวคิดและแบบอย่างตะวันตก
3. ปัจจัยที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีประสบการณ์จากการเสด็จประพาสต่างประเทศ
4. ปัจจัยทางด้านการเลิกทาสและเลิกระบบไพร่จึงต้องมีการปรับปรุงการศึกษาให้มีส่วนช่วยเหลือสนับสนุนคนกลุ่มนี้
5. ปัจจัยทางด้านความต้องการคนเข้ารับราชการเนื่องจากมีการปรับปรุงด้านการปกครองและการบริหารส่วนกลางจำเป็นต้องจัดการศึกษาเพื่อตอบสนองความต้องการของบ้านเมืองในจุดนี้

3. จงอธิบายวิชาหรือเนื้อหาสาระ 10 อย่างของโรงเลี้ยงเด็ก พ.ศ. 2433
ตอบ คือหลักสูตรการศึกษาซึ่งมีองค์ประกอบที่ปรากฎ คือ ส่วนที่เป็นจุดประสงค์ เนื้อหา และกิจกรรมหรือประสบการณ์เรียนรู้อันเปรียบเสมือนหลักสูตรที่จัดให้เรียน

4. การจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาในโครงการศึกษา พ.ศ. 2441แบ่งออกเป็นกี่ระดับจงอธิบาย
ตอบ แบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ
1. การเล่าเรียนเบื้องต้น (มูลศึกษา) หรือระดับอนุบาล
2. การเล่าเรียนเบื้องต้น (ปฐมศึกษา)
3. การเล่าเรียนเบื้องกลาง (มัธยมศึกษา)
4. การเล่าเรียนเบื้องสูง (อุดมศึกษา)

5. ในยุคเริ่มต้นของการจักการอนุบาลเอกชน พ.ศ. 2454-2470 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรจงอธิบาย
ตอบ ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติประถมศึกษาซึ่งประกาศเมื่อ วันที่1 กันยายน พ.ศ. 2464และใช้เป็นกฎหมายได้ตั้งแต่ วันที่ 1 ตุลาคมในปีเดียวกันพระราชบัญญัตินี้คือ บังคับให้เด็กทุกคนที่อายุตั้งแต่ 7 ปีบริบูรณ์เรียนโดยไม่ต้องเสียค่าเล่าเรียนและมีการปรับการศึกษาใหม่ฉบับ พ. ศ.2456 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2458 เช่น แบ่งการศึกษาออกเป็น 2 ประเภท คือ สามัญศึกษาและวิสามัญศึกษาแบ่งเป็นชั้นประถมศึกษา 5 ปีและชั้นมัธยมศึกษา 5 ปี

6. 
การจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลละอออุทิศมีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ กระทรวงศึกษาธิการได้มีดำริให้กรมฝึกหัดครูเตรียมการเปิดสอนอนุบาลของรัฐจึงมีการเตรียมการโดยการจัดส่งบุคลากรไปดูงานด้านอนุบาลศึกษาที่ต่างประเทศและได้นำแนวคิดกลับมาดำเนินการและจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลของรัฐขึ้นโดยได้รับเงินบริจาคจากกองมรดกของ นางสาวละออ หลิมเซ่งไถ่ สร้างอาคารเรียนและเปิดทำการสอน 2 กันยายน 2483

7.
แผนการศึกษา พ.ศ. 2503 แบ่งการศึกษาออกเป็นกี่ระดับ จงอธิบาย
ตอบ 4 ระดับดังนี้
1.
อนุบาลศึกษาเป็นการอบรมณ์เลี้ยงดูเด็กก่อนการศึกษาภาคบังคับเพื่อเตรียมเด็กให้มีความพร้อมทุกด้านดีพอที่จะเข้ารับการศึกษาต่อไป
2.
ประถมศึกษา คือ การศึกษาภาคบังคับช่วงอาบุ 7-12 ปี
3.
มัธยมศึกษา
4.
อุดมศึกษา

8.
ในปี พ.ศ. 2523 กระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดตั้งหน่วยงานใดให้รับผิดชอบการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา จงอธิบาย
ตอบ สำนักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ โดยมีการจัดโครงการส่งเสริมการศึกษาในท้องถิ่นที่ใช้ภาษาอื่นมากกว่าภาษาไทย โครงการเปิดขยายชั้นเด็กเล็กในพื้นที่ที่มีปัญหาทางเศรษฐกิจการจัดการศึกษานี้เป็นตัวอย่างและเพื่อการวิจัย

9.
หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2546 มีความเป็นมาอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ เป็นหลักสูตรคล้ายกับหลักสูตร พ.ศ. 2540 ต่างกันเพียงแบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกเกิด- 3ปี และกลุ่มวัย 3-6 ปี ( อายุ 5 ปี 11 เดือน 29 วัน ) กระทรวงศึกษาธิการหวังว่าหลักสูตรนี้จะเป็นแนวทางในการอบรมเลี้ยงดูจัดประสบการณ์ให้เด็กได้อย่างถูกต้องตามหลักวิชาการปฐมวัย

10.
จงวิเคราะห์ถึงการศึกษาปฐมวัยของไทยตามความรู้ ความเข้าใจ ของการศึกษา
ตอบ การศึกษาปฐมวัยของไทยนั้นได้มีการปรับเปลี่ยนหลักสูตรมาเรื่อยๆเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มีศักยภาพสูงสุดซึ่งจะจัดประสบการณ์ให้มีคุณภาพในทิศทางและมาตรฐานเดียวกันช่วยให้เด็กเติบโตเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป






แบบฝึกหัดที่ 3


แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 3 การศึกษาปฐมวัยในต่างประเทศ
1.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษ
ตอบ การจัดและการบริหารโครงการการศึกษาปฐมวัย  ประเทศอังกฤษมีหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี มี 2 หน่วยงาน   คือ กรมการศึกษาและวิทยาศาสตร์ และกรมอนามัยและสวัสดิการสังคม กรมการศึกษาฯ จะบริหารโรงเรียนบริบาล และการเรียนสำคัญสำหรับเด็กอายุ 3 5 ปี ในขณะที่กรมอนามัยฯ จะดูแลสถานบริบาลกลางวัน สำหรับเด็กแรกเกิดถึง 5 ปี ในลักษณะการให้การเลี้ยงดูเป็นส่วนใหญ่ในประเทศอังกฤษครูใหญ่จะมีอิสระ และอำนาจในการบริหารโรงเรียนของตนมากกว่าครูใหญ่ในประเทศอื่น 
2.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ การศึกษาปฐมวัยมี 3 รูปแบบใหญ่ ๆ คือ แบบเลี้ยงดูในบ้าน แบบครอบครัว และศูนย์ดูแลเด็ก ทุกรูปแบบพยายามที่จะช่วยเหลือเด็กทั้งในด้านสังคม อารมณ์ สติปัญญา และการพัฒนากล้ามเนื้อ ถ้าปราศจากการกระตุ้นให้เกิดแรงบันดาลใจและการแนะแนวที่ถูกต้องแล้ว การพัฒนาตัวเด็กโดยรอบคอบให้ได้ผลดีย่อมจะเป็นไปได้ยากทีเดียว
3.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดา
ตอบ โปรแกรมการบริการการศึกษาปฐมวัยของอัลเบอร์ตา แคนนาดา คือ การส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของตน โดยการจัดโปรแกรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็กทางด้านการศึกษา สุขภาพ อนามัย ครอบครัว และสังคมอย่างเหมาะสม การดำเนินงานกำหนดขึ้น โดยยึดระดับภูมิภาคเป็นหลัก แต่ในส่วนท้องถิ่นก็สามารถจะปรับเปลี่ยนหรือริเริ่มดำเนินการให้เหมาะสมกับท้องถิ่นของตนเองได้ กรมการศึกษาจะเป็นผู้จัดหาคณะกรรมการการศึกษาปฐมวัยเพื่อให้เข้ามาช่วยเหลือให้คาแนะนาแก่ผู้บริหารท้องถิ่นในเรื่องที่ต้องการ
4.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโก
ตอบ ปฐมวัยของเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่นเดียวกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญา เจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีอิสระ มีเวลาสำรวจสิ่งต่าง ๆ ที่สนใจถามคำถาม ทดลอง และสร้างสรรค์ ในช่วงเวลา 3 ปี ก่อนที่เด็กจะไปเข้าโรงเรียนประถมศึกษา ซึ่งวิวัฒนาการของการศึกษาปฐมวัยเม็กซิโก อาจจะพูดได้ว่าเหมือนกับคำขวัญที่ว่า “ประวัติศาสตร์ คือบทนำ” (past is prologue) เพราะได้มีการจัดการศึกษา 3 ปี ก่อนวัยเข้าเรียนให้กับประชากรที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในเขตเมือง และในชนบท โดยหวังว่ากลุ่มชนที่แตกต่างกันจะสามารถสื่อสารสัมพันธ์กันได้นั้นจะช่วยนำความเข้าใจ และทำให้รวมกันเป็นเอกภาพได้
5.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอล
ตอบ การศึกษาและการอบรมเลี้ยงดูเด็กเล็กของอิสราเอล นับเป็นสิ่งที่หยั่งรากลึกและถือเป็นสิ่งสำคัญของอิสราเอล เมื่อมองไปข้างหน้าจุดรวมการศึกษาปฐมวัยของอิสราเอลจะเป็นมาตรฐานเดียวกันและมีคุณภาพเท่าเทียมกัน การศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่า มีกรมพิเศษในกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ มีโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก และมีโรงเรียนเด็กวัยก่อนเข้าเรียนในคิบบุทซ์
6.จงอธิบายถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศญี่ปุ่น
ตอบ การจัดการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นยังไม่ประสบผลสำเร็จตามที่คาดหวัง ชาวญี่ปุ่นยังไม่พอใจกับการเรียนการสอนในโรงเรียนนัก ความสนใจ เอาใจใส่ของประชาชนที่มีต่อการจัดการศึกษาทำให้โรงเรียนถูกวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา แต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียหรือแม้แต่ประเทศในแถบตะวันตกอีกหลายประเทศ โรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นก็นับว่าทันสมัยและเจริญก้าวหน้าอย่างมาก สิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จของระบบการศึกษาก็คือ การที่นักเรียนส่วนใหญ่เป็นผู้กระตือรือร้น และฝักใฝ่หาความรู้อยู่เสมอ ความเสียสละทุ่มเทของครูส่วนมาก และความภาคภูมิใจที่มีต่อความสำเร็จ และความสนใจอย่างลึกซึ้งในศิลปะวัฒนธรรมของชาติตน
7.จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษกับประเทศสหรัฐอเมริกา
ตอบ การศึกษาปฐมวัยในประเทศอังกฤษอยู่ในความรับผิดชอบของโรงเรียนบริบาลหรือชั้นบริบาล ซึ่งรับดูแลเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 5 ปี โรงเรียนสำหรับเด็กวัยแรกรับเด็กตั้งแต่อายุ 5 – 7 ปี
             ส่วนในสหรัฐอเมริกามีสถานเลี้ยงเด็กตั้งมากว่า 100 ปีแล้ว ดาเนินการโดยกลุ่มเอกชนต่าง ๆ รัฐบาลมีส่วนเข้ามาสนับสนุนและรับผิดชอบตั้งแต่ ค.ศ.1850 โดยตั้งเป็นสถาบันที่ให้สวัสดิการสังคมให้มีความช่วยเหลือชั่วคราวสำหรับแม่ที่ต้องทางานจนกว่าจะสามารถเลิกทำงานนอกบ้าน และกลับไปเลี้ยงดูลูกของตนเองได้
8.จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศเม็กซิโกกับประเทศอิสราเอล
ตอบ หลักสูตรปฐมวัยของเม็กซิโกเน้นความสำคัญที่ครูจะต้องรู้จักเด็กทุกคน และคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล เช่นเดียวกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และจัดกิจกรรมให้มีการพัฒนาสติปัญญา เจตคติ และทักษะสัมพันธ์ให้มีความสมดุลกันในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการแสดงออกอย่างมีอิสระ
              ส่วนการศึกษาปฐมวัยในประเทศอิสราเอลเป็นการศึกษาภาคบังคับและให้เปล่า มีกรมพิเศษในกระทรวงศึกษาและวัฒนธรรมเป็นผู้รับผิดชอบ มีโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กเล็ก และมีโรงเรียนเด็กวัยก่อนเข้าเรียนในคิบบุทซ์
9.จงเปรียบเทียบการจัดการศึกษาปฐมวัยในอัลเบอร์ตา แคนาดากับประเทศญี่ปุ่น
ตอบ การศึกษาปฐมวัยของอัลเบอร์ตา แคนนาดา คือ การส่งเสริมให้เด็กได้มีพัฒนาการและมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง มีความภาคภูมิใจและตระหนักในคุณค่าของตน โดยการจัดโปรแกรมที่ตอบสนองความต้องการของเด็กทางด้านการศึกษา สุขภาพ อนามัย ครอบครัว และสังคมอย่างเหมาะสม
              ส่วน การจัดการศึกษาในประเทศญี่ปุ่นเป็นสถานเลี้ยงเด็กกลางวันกลายเป็นสิ่งจำเป็น สอนโดยนาแบบอย่างมาจากสหรัฐอเมริกาสอนตามแบบโฟรเบล มีการสอนร้องเพลงและกิจกรรมการเล่นต่าง ๆ
10.ท่านคิดว่าการจัดการศึกษาปฐมวัยในประเทศใดที่สามารถจัดได้อย่างดีและเหมาะสม 
ตอบ ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียหรือแม้แต่ประเทศในแถบตะวันตกอีกหลายประเทศ โรงเรียนของประเทศญี่ปุ่นก็นับว่าทันสมัยและเจริญก้าวหน้าอย่างมาก

แบบฝึกหัดที่ 2




แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2 แนวคิดทางการศึกษาปฐมวัย

1.จงอธิบายถึงแนวคิดของคอมมิวนิอุสในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ เขาเชื่อว่าครูที่มีความสามารถ จะสามารถทำให้เด็กอยากเรียนโดยไม่มีการบังคับในด้านเนื้อหา แนวความคิดในการจัดการเรียนการสอนของเขาคือ การให้เด็กปฏิบัติจริง คือ “สอนให้เรียนรู้โดยการเขียน ร้องเพลงโดย การร้องเพลง และการใช้เหตุผลโดยการหาเหตุผล

2.จงอธิบายถึงแนวคิดของรุสโซในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ การศึกษาของเด็กควรพัฒนาให้เป็นไปตามธรรมชาติสอนจากเรื่องง่ายไปเรื่องยากโดยใช้ประสาทสัมผัสเป็นพื้นฐานที่แท้จริงในการแสวงหาความรู้ของมนุษย์ 

3.จงอธิบายถึงแนวคิดของเปสตาลอซซี่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับศึกษาปฐมวัย
ตอบ ได้รับการศึกษา และได้รับการช่วยเหลือเพื่อการ พัฒนาคุณธรรม และศักยภาพทางปัญญาอย่างเท่าเทียมกัน  เขาเชื่อว่า การเรียนรู้ตามธรรมชาติไม่เพียงพอสำหรับเด็ก ต้องมีการจัดการศึกษาที่เหมาะกับเด็ก

4.จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดตั้ง “โรงเรียนสวนเด็ก” ของโฟรเบล
ตอบ เด็กมีอิสระในการแสดงออกตามธรรมชาติ ครูเป็นเพียงผู้ที่ชี้แนะไม่ใชผู้ออกคำสั่ง การเล่นเกมส์ต่างๆเป็นเหมือนการเรียนจากประสบการณ์เด็กจะได้รู้ความจริง ความรับผิดชอบ ความยุติธรรมและการทำอะไรด้วยตัวเองโดยสร้างสวนเด็กที่มีแต่ธรรมชาติไม่ใช่เหมือนโรงเรียนเน้นการทำกิจกรรม

5.จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของมอนเตสซอรี่
ตอบ "เด็กจะเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้นเมื่อพวกเขาได้ทำงานในสภาพแวดล้อมที่ตัวเขาเองเป็นศูนย์กลาง" มอนเตสซอรี่จะพัฒนาเด็กในทุกด้านไม่ส่าจะเป็นระบบประสาท ภาษา คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

6.จงอธิบายถึงแนวคิดในการจัดการศึกษาปฐมวัยของดิวอี้
ตอบ 1. การศึกษาไม่ใช่เป็นการเตรียมการเพื่อชีวิต แต่เป็นกระบวนการต่อเนื่องตลอดชีวิต (Education is life long process)
2. การเรียนรู้จะเป็นผลผลิตจากการท ากิจกรรมซึ่งจะแสดงถึงความสนใจของเด็ก โดยเน้น “การให้เด็กเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้”
3. การให้อิสรภาพในการเรียนจะเป็นพื้นฐานของพัฒนาการการดำรงชีวิตแบบประชาธิปไตย

7.การนำแนวคิดด้านความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้ อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ ในการพัฒนามนุษย์นั้น ควรยึดหลักการสนองความต้องการของเด็กเพื่อได้ สามารถพัฒนาได้ตรงตามศักยภาพในตัวของเขา ผู้บริหาร ครูผู้สอน และคนอื่น ๆ ควรทำความเข้าใจ เพื่อที่จะได้จัดการศึกษา กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมิน ได้อย่างถูกต้องเหมาะสมจากทฤษฎี ของมาสโลว์ให้พื้นฐานความเกี่ยวข้องกับเด็กว่า ในการพัฒนามนุษย์นั้น ควรยึดหลักการสนองความต้องการของเด็กเพื่อได้สามารถพัฒนาได้ตรงตามศักยภาพในตัวของเขา

8.การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสติปัญญาไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญามาใช้ใน การจัดประสบการณ์ในระดับปฐมวัย ได้มีการจัดโปรแกรมการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัย โดยนำ แนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการทางสติปัญญา ผลของการจัดพบว่า เด็กมีความคิดเห็นที่ เปิดกว้างเป็นอิสระ เด็กเรียนรู้วิธีการคิดมากกว่าการจำเนื้อหา เด็กแต่ละคนมีความก้าวหน้าที่มี ลักษณะเฉพาะ ลักษณะของการจัดประสบการณ์โดยยึดทฤษฎีนี้ โดยมากจัดกิจกรรม การเรียนรู้ในรูปการจัดกิจกรรมต่าง ๆ

9.การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางบุคลิกภาพไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ การนำแนวความคิดจากทฤษฎีพัฒนาการบุคลิกภาพมาใช้ในการจัด ประสบการณ์สำหรับเด็กปฐมวัย ควรจัดสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นสิ่งแปลกใหม่และน่าตื่นเต้นสำหรับเด็กให้เกิดความพึงพอใจในประสบการณ์นั้น

10.การนำแนวคิดด้านพัฒนาการทางสังคมไปใช้ในการจัดการศึกษาปฐมวัยได้อย่างไร จง อธิบาย
ตอบ โดยผู้เรียนจะเรียนรู้จากตัวแบบโดยการเลียนแบบ เด็กปฐมวัยจึงเกิดกระบวนการต่างๆของการเลียนแบบมี 4 กระบวนการ คือ กระบวนการดึงดูดความสนใจ กระบวนการคงไว้ กระบวนการการแสดงออกและกระบวนการจูงใจ